โพสต์แนะนำ

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

บรรยากาศตลาดบ้านบางระจัน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศคลองประวัติศาสตร์บ้านระจัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คลองประวัติศาสตร์บ้านระจัน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



ผลไม้ไทย

เดี๋ยวมาอัพเดตนะจ๊ะ!!!

เครื่องดื่มสมุนไพร

เดี๋ยวมาทำนะจ๊ะ!!!

ร้านเช่าชุดไทย

ย้อนยุคสู่ตำนานบ้านระจัน ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กับตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน!!
      บางระจัน เป็นค่ายป้องกันตัวเองของชาวบ้านเมืองสิงห์บุรีและเมืองต่าง ๆ ที่พากันมาหลบภัยจากกองทัพพม่าที่บางระจัน ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง สามารถต้านทานการเข้าตีของกองทัพพม่าได้หลายครั้ง และมีกิตติศัพท์เลื่องลือในด้านวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย โดยมีอนุสาวรีย์สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมในครั้งนี้ในตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
การแต่งกาย จึงเป็นการแต่งกายที่ทะมัดทะเมงพร้อมกับการสู้รบออกศึก
   
หญิง 
ผม ไว้ผมปีกประบ่ากันไรผมวงหน้าโค้ง ส่วนบนกระหม่อมกันไรผมเป็นหย่อมวงกลม แบ่งผมออกดูคล้ายปีกนก จึงเรียกผมปีก แต่ไม่ยาวเท่าสมัยอยุธยา ปล่อยจอน ข้างหูยาวแล้ว ยกขึ้น ทัดไว้ที่หู เรียกว่า “จอนหู” ส่วนเด็ก ๆ นิยมไว้ผมจุก 

การแต่งกาย นุ่งผ้าจีบ ห่มสไบเฉียง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอยุธยา ชาวบ้านนุ่งผ้าถุง หรือโจงกระเบน สวมเสื้อรัดรูปแขนกระบอก ห่มตะเบงมาน หรือผ้าแถบคาดรัดอก และห่มสไบ เฉียงทับ 

การแต่งกาย นุ่งผ้าจีบ ห่มสไบเฉียง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอยุธยา ชาวบ้านนุ่งผ้าถุง หรือโจงกระเบน สวมเสื้อรัดรูปแขนกระบอก ห่มตะเบงมาน หรือผ้าแถบคาดรัดอก และห่มสไบ เฉียงทับ 
  
       การนุ่งผ้าห่มผ้าของสตรีไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์นั้นมีด้วยกันหลากหลายแบบทั้งการนุ่งจีบห่มสไบ การนุ่งโจงห่มผ้าแถบ การนุ่งโจงห่มสไบ หรือการโจงห่มตะเบงมาน
จากหลักฐานภาพจิตรกรรมของชาวไทยและภาพวาดในจดหมายเหตุของชาวตะวันตก สตรีไทยแต่งกายกายด้วยการนุ่งผ้าห่มผ้าเป็นหลัก ซึ่งคุณภาพ ความสวยงาม และรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามระดับชั้นในสังคม แม้แต่ในกฎหมายตราสามดวงนั้นยังมีการสงวนการใช้เครื่องประดับเฉพาะสตรีชั้นสูง หรือการนุ่งผ้าที่มีกรวยเชิงนั้นต้องนุ่งตามตำแหน่งยศของผู้นุ่ง ผ้าจึงไม่ใช้เพียงเครื่องนุ่งห่มเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือกำหนดฐานะของบุคคลอีกด้วย
ชาย 
ผม ยังคงไว้แบบเดียวกับสมัยอยุธยา คือ ทรงมหาดไทย ชาวบ้านเรียกว่า “ทรงหลักแจว” 

การแต่งกาย นุ่งผ้าม่วง โจงกระเบน สวมเสื้อเป็นแบบเสื้อนอกคอเปิด ผ่าอก แขนยาว กระดุม 5 เม็ด ชาวบ้านจะไม่สวมเสื้อ หรือพาดผ้า
รูปแบบการนุ่งผ้า ระหว่างชาววังและชาวบ้านไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างกันมาก แต่จะมี รายละเอียดบางส่วนคือเนื้อผ้า พวกชาววัง ขุนนาง ชนชั้น สูง มักใช้ผ้าทอเนื้อละเอียด สอดเงิน สอดทอง หรือผ้าไหมอย่างดี ส่วนชาวบ้านนุ่งผ้าพื้นเมือง พวกผ้าพื้น หรือผ้าลายเนื้อเรียบ ๆ ตามหลักฐานรูปจิตรกรรมฝาผนัง พวกขุนนางมักสวมเสื้อคอกลม ผ่ากลาง มีกระดุม มีสาบเสื้อ หรือเป็นเสื้อคอเปิด มีกระดุม จะมีผ้าคาดทับ ส่วนกางเกงจะเป็นแบบขาสามส่วน ยาวเพียงครึ่งน่อง บางทีก็นุ่งโจงกระเบนทับในสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่โปรดให้สวมเสื้อเข้าเฝ้า 

การแต่งกาย นุ่งผ้าม่วง โจงกระเบน สวมเสื้อเป็นแบบเสื้อนอกคอเปิด ผ่าอก แขนยาว กระดุม 5 เม็ด ชาวบ้านจะไม่สวมเสื้อ หรือพาดผ้า 
รูปแบบการนุ่งผ้า ระหว่างชาววังและชาวบ้านไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างกันมาก แต่จะมี รายละเอียดบางส่วนคือเนื้อผ้า พวกชาววัง ขุนนาง ชนชั้น สูง มักใช้ผ้าทอเนื้อละเอียด สอดเงิน สอดทอง หรือผ้าไหมอย่างดี ส่วนชาวบ้านนุ่งผ้าพื้นเมือง พวกผ้าพื้น หรือผ้าลายเนื้อเรียบ ๆ ตามหลักฐานรูปจิตรกรรมฝาผนัง พวกขุนนางมักสวมเสื้อคอกลม ผ่ากลาง มีกระดุม มีสาบเสื้อ หรือเป็นเสื้อคอเปิด มีกระดุม จะมีผ้าคาดทับ ส่วนกางเกงจะเป็นแบบขาสามส่วน ยาวเพียงครึ่งน่อง บางทีก็นุ่งโจงกระเบนทับในสมัยรัชกาลที่ 3 ไม่โปรดให้สวมเสื้อเข้าเฝ้า 

ร้านขนมหวาน

                         à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ ทองหยอด


     ทองหยอดเป็นขนมโบราณชนิดหนึ่งซึ่งท่านผู้หญิงวิชเยนทร์ หรือนามเดิม มารี นินยา เดอ กีย์มาร์ เชื้อสายญี่ปุ่น – โปรตุเกส ภรรยาเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (นามเดิมคอนสแตน ติน ฟอลคอลชาวกรีก) ท่านผู้หญิงวิชเยนทร์ มีตำแหน่งเป็นท้าวทองกีบม้า เป็นตำแหน่ง ผู้ปรุงอาหารหลวงโดยท่านได้นำเอาความรู้ที่มีมาแต่เดิมผสมผสานกับความรู้ท้องถิ่นฃปรุงแต่งอาหารขึ้นใหม่ จนเป็นที่รู้จัก คือ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง (เดิมชาวโปรตุเกส กินกับเนื้อย่างเป็นอาหารคาว)นับเป็นขนมชั้นดี ใช้ในงานมงคลต่าง ๆ ซึ่งคนไทยเรายังถือ เคล็ดกันอยู่จึงใช้ขนมที่ขึ้นต้นด้วยทอง เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลตามชื่อขนม

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562

เริ่ม 5 มกราคม 2562

เมื่อเราได้คอนเซปงานแล้ว ก็เตรียมหาอุปกรณ์ และเริ่มลงมือทำกันค่ะ



สวัสดี เราชื่อ เด็กจิ๋ว บางทีเพื่อนๆก็เรียกว่า น้องมาย
เราชื่นชอบในการทำของจิ๋ว แล้วจึงเริ่มศึกษาค้นคว้า และได้ฝึกหัดทำ
เราอาจจะยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่เราเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จมักจะอยู่ที่นั้น

ส่วนนี่ คือ เพื่อนรักเราเอง ชื่อ เตย เราต้องทำโครงงานคู่กันแหละ และเราก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่เราชอบ
นั้นก็คือการทำของจิ๋วและสร้างเมืองจำลองขึ้นมา ในหัวข้อ สืบสานภูมิปัญญาสร้างสรรค์นวัตกรรม
โดยเรากับเพื่อนจะ สร้างโมเดลตลาดย้อนยุกจำลอง โดยมีตลาดบ้านบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรีเป็นแนวทางจ้า เอาใจช่วยพวกเราสองคนด้วยนะค่ะ